This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Thai languages
+66 2 448 9111
previous arrow
next arrow
Slider

ข่าวกิจกรรม

ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง

ประกาศล่าสุด

ประกาศรายชื่อผู้เข้าอบรม/สัมมนา

ประกาศรับสมัครงาน


ติดต่อสอบถาม

งานทรัพยากรบุคคล

  0 2448 9111 ต่อ 306

  hr@tosh.or.th

 

  1. ข่าวกิจกรรม
  2. จัดซื้อจัดจ้าง
  3. ประกาศชื่ออบรม/สัมมนา
  4. ประกาศสมัครงาน
ประกาศจัดซื้อจัดจ้างล่าสุด

ติดต่อสอบถาม

งานทรัพยากรบุคคล

  0 2448 9111 ต่อ 209

  hr@tosh.or.th

 

ประกาศรับสมัครงาน / ประกาศรายชื่อ
ข่าวประชาสัมพันธ์-ปฏิทิน
ปฏิทินกิจกรรม
September 2026
M T W T F S S
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30

นิตยสารความปลอดภัย   

คู่มือ/มาตรฐาน/งานวิจัย   

โปสเตอร์   

บทความ   

แนะนำเว็บไซต์

วิสัยทัศน์ผู้บริหาร

  • นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สสปท. เปลี่ยนผ่านความปลอดภัย สู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้แรงงานทุกระดับ
  • 1
  • 2

พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔

           พรบ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ.๒๕๕๔  โดยมาตรา ๕๒ บัญญัติให้กระทรวงแรงงานจัดตั้ง สสปท. ภายใน ๑ ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีผลบังคับใช้ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  

           โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... ตั้งข้อสังเกตว่า โดยที่ สสปท. เป็นองค์การมหาชนที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ทำหน้าที่ในด้านวิชาการ หาก สสปท. มีศักยภาพในการให้ความรู้ และการจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงานตรวจความปลอดภัย กระทรวงแรงงานสมควรมอบหมายให้ สสปท. มีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรด้วยและให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการ สสปท. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งในโอกาสแรกที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... ให้กำหนดองค์ประกอบคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยให้มีผู้อำนวยการ สสปท. เป็นกรรมการด้วย

          คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ มีมติเห็นชอบ ให้จัดตั้ง สสปท. เป็นองค์การมหาชน ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

          พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีผลให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ 

ประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับจากการจัดตั้ง สสปท.

  • มีหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการแนวใหม่ที่ทำงานเชิงรุกตอบสนองนโยบายของรัฐมีความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรมและมีการสื่อสารระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง

  • มีระบบโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบของระบบกลางที่สามารถให้บริการได้ทุกหน่วยงานเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนและใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

  • มีการบริหารจัดการและแบ่งปันการใช้ทรัพยากรลดความซ้ำซ้อนในการใช้งบประมาณและมีรูปแบบการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

  • มีการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้หน่วยงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและให้บริการประชาชน

  • ก่อให้เกิดเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

  • สนับสนุนกลไกภาครัฐให้เกิดระบบการบริหารจัดการเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการประสบอันตรายอันเนื่องจากการทำงานทั้งในเรื่องการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน

  • ลดภาระของประเทศในการฟื้นฟูสมรรถนะผู้ใช้แรงงานที่ประสบอันตรายจากการทำงาน และลดผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการจัดตั้ง สสปท.

  • การดำเนินการของ สสปท. เป็นการสนับสนุนให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลให้มีความปลอดภัย มีสุขภาพอนามัยที่ดีในสังคม ชุมชนและประเทศโดยรวม

  • ช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาครัฐในการลดการประสบอันตราย และส่งผลให้มีความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเทียบเท่าสากล โดยการบริหารจัดการงานตามภารกิจของหน่วยงานที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้หน่วยงานสามารถบริการประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

  • ประชาชนใกล้ชิดกับภาครัฐมากขึ้น โดยการบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า อันนำไปสู่การลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลและบริการของรัฐ รวมถึงการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เลือกใช้บริการที่ดี โปร่งใสและเป็นธรรม

  • ประชาชนได้รับการพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดบ้อมในการทำงานที่ถูกต้อง เหมาะสม เกิดความเข้าใจ สามารถนำสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้องทั้งในเชิงการป้องกันอันตราย และการไม่เป็นผู้ก่อให้เกิดภาวะอันตราย รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

  • ประชาชนสามารถเข้าถึงศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

  • ประชาชนสามารถรับรู้ถึงวิธีการดูแลป้องกันตนเอง จากอันตรายและพิษภัยที่กระทบต่อสุขภาพอนามัย จากการประกอบอาชีพ

  • ลดภาระของครอบครัวและสังคม จากการบาดเจ็บ พิการ หรือสูญเสียอวัยวะจากการประกอบอาชีพ
Mourning Ribbon