This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Thai languages
+66 2 448 9111
วันพฤหัสบดี, 23 พฤศจิกายน 2566 09:58

Safety Mindset

        หากวันนี้เราลองหันไปมองรอบๆตัว รอบๆพื้นที่การทำงาน แล้วพบว่าในพื้นที่การทำงานของเรามีระบบการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุมากมาย เช่น มีถังดับเพลิง มีการ์ดป้องกันเครื่องจักร มีเส้นทางเดิน หรือ Walk Way มีป้ายเตือนความปลอดภัยต่างๆ มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ PPE ไว้ให้ในทุกๆพื้นที่ หรือแม้กระทั่ง มีนโยบายความปลอดภัยที่ดี เมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดว่า หากเรามีสิ่งต่างๆ เหล่านี้อย่างครบถ้วนแล้วอุบัติเหตุจะไม่เกิด นั่นหมายความว่าเรากำลังหลงทางอยู่ในวังวนของการป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่เคยได้ผลจริงๆ ตราบใดที่คนในองค์กร ยังขาดสิ่งที่เรียกว่า  Safety Mindset และนั่น จะทำให้ นโยบายความปลอดภัยที่ดี ก็เหมือนกระดาษเปล่าๆ ใบหนึ่ง  อุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ ก็เหมือนเครื่องประดับ เท่านั้นเอง

        ก่อนมาเข้าเรื่อง Safety Mindset มาทำความรู้จัก Mindset  กันก่อน ซึ่งเรื่องของ Mindset เป็นเรื่องของบุคคลหรือเป็นสิ่งที่บอกความเป็นตัวตนของเราได้ เพราะ Mindset จะเป็นตัวกำหนด พฤติกรรม ที่เราแสดงออกไป โดย Carol Dweck ผู้คิดค้นทฤษฏีเกี่ยวกับ Mindset ได้แบ่ง Mindset ออกเป็น 2 แบบ คือ

  Growth Mindset  

กรอบความคิดแบบเติบโต

  Fixed Mindset  

กรอบความคิดแบบยึดติด

 

Fixed Mindset

Growth Mindset

• อุบัติเหตุเป็นเรื่องของเวรกรรมป้องกันไม่ได้

• อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้

• เมื่อSafety มาเตือนให้เราใส่แว่นนิรภัยตอนกำลังทำงานนั่นหมายถึง “Safety กำลังประจานเราต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน”

• เมื่อ Safety มาเตือนให้เราใส่แว่นนิรภัยตอนกำลังทำงาน นั่นหมายถึง “Safety อยากให้เกิดความปลอดภัยตอนทำงานจริงๆ”

• เรื่องของความปลอดภัยที่ถูกเพิ่มเข้ามาในการทำงานเป็นการเพิ่มความยุ่งยากและยังทำให้การทำงานยากขึ้น

• เรื่องความปลอดภัยที่ถูกเพิ่มเข้ามาให้การทำงานอาจทำให้ต้องเพิ่มรายละเอียดในการทำงานมากขึ้น แต่เพิ่มความปลอดภัยในการทำงานขึ้นด้วย

• มีการกำหนดกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาใหม่ “ไม่มีประโยชน์ เมื่อก่อนไม่มีก็ไม่เห็นเกิดอุบัติเหตุ”

• มีการกำหนดกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาใหม่   “บริษัทเห็นความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ จึงทำกฎระเบียบออกมาใหม่”

• เมื่อลูกน้องมาเตือนเรื่องไม่ใส่อุปกรณ์ PPE ตอนเดินตรวจงาน หัวหน้างานรู้สึกว่า “ลูกน้องไม่รู้จักกาละเทศะ”

• เมื่อลูกน้องมาเตือนเรื่องไม่ใส่อุปกรณ์ PPE ตอนเดินตรวจงาน หัวหน้างานรับฟังความคิดเห็นและใส่อุปกรณ์ให้ถูกต้อง

 

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นในเรื่องของ Growth Mindset และ Fixed Mindset จะขอยกตัวอย่างดังนี้

        จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า  "Fixed mindset" คือ "กรอบความคิดแบบดังเดิม หรือยึดติด อยู่ในกรอบเดิมๆ เกรงกลัวความผิดพลาด ไม่กล้าเสี่ยงแม้มีปัจจัยหลายๆอย่างสนับสนุนในเชิงบวก  

        และ "Growth Mindset" คือ กรอบความคิดแบบยืดหยุ่นและเติบโตพัฒนาต่อไปข้างหน้า เชื่อในศักยภาพของคน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดประสิทธิภาพเป็นอย่างดี การพัฒนาระบบการคิด รวมทั้งการให้เครื่องมือและวิธีการ เพื่อช่วยให้สามารถคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์แก่บุคคลากร (ที่มา: Fixed Mindset กับ Growth Mindset กับการเติบโตขององค์กร โดย ศศิมา สุขสว่าง)

        ดังนั้นการพัฒนาด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในองค์กร  จะต้องอาศัย Growth Mindset ในด้านของความปลอดภัยด้วยเช่นกัน  การที่จะทำให้ทุกคนในองค์กรจะมี Growth Mindset ที่เหมือนกัน หรือตรงกันเพื่อให้ความปลอดภัยเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้ไกลตัวเลย เนื่องจาก Growth Mindset เป็นเรื่องที่สร้างได้ และ Safety Mindset ก็สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ภายในองค์กรเช่นกัน

        การเริ่มสร้าง Safety Mindset ขึ้นภายในองค์กร จะต้องเข้าใจระหว่าง Mindset และ Attitude ก่อนว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ในการเดินตรวจหน้างานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยพบว่า พนักงานคนหนึ่ง มีหน้าที่ขับโฟล์คลิฟท์ โดยปกติพนักงานคนดังกล่าวจะปฏิบัติตามข้อกำหนดในเรื่องของความปลอดภัยอยู่เสมอ เช่น การคาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถ การตรวจเช็ครถก่อนใช้งาน แต่พนักงานคนดังกล่าว ไม่ชอบสวมหมวกนิรภัยขณะขับรถ ถึงแม้จะถูกตักเตือนจากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยมาแล้วหลายครั้งก็ตาม  จากการสอบถามพนักงานพบว่า พนักงานคิดว่าการใส่หมวกนิรภัยเป็นเรื่องไม่จำเป็นและทำให้รู้สึกอึดอัดมากกว่าจึงไม่ยอมใส่หมวกนิรภัย จากตัวอย่างข้างต้นสามารถกล่าวได้ว่า Attitude เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิด Mindset ขึ้นมา อธิบายง่ายๆก็คือ Attitude จะเป็นความรู้สึกของเรากับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น พนักงานมี Attitude ที่ดีในการคาดเข็มขัดนิรภัย พนักงานมี Attitude ที่ดีในเรื่องของการตรวจเช็ครถก่อนใช้งาน พนักงานมี Attitude ที่ไม่ดีต่อการใส่หมวกนิรภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้เห็นว่า หลายๆ Attitude รวมกัน ก็คือ 1 Mindset การสร้าง Safety Mindset ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร เราต้องแยกออกมาว่ากลุ่มของ Attitude ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ Safety Mindset มีอะไรบ้าง การเปลี่ยนให้องค์กรมี Safety Mindset ไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยน Attitude เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งแค่เรื่องเดียว แต่การเปลี่ยนให้องค์กรมี Safety Mindset คือ การเปลี่ยนหลายๆ Attitude ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้นเราต้องมาดูว่า Safety Mindset  ที่เราต้องการ  มี Attitude อะไรบ้างที่เป็น เกี่ยวข้องในเรื่องความปลอดภัยในองค์กรของเรา และ มีความสำคัญต่อ Safety Mindset อย่างไร การเริ่มสร้าง Safety Mindset ไม่จำเป็น ต้องปรับทุก Attitude แต่ให้เรา Focus ไปที่เรื่องหลักๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยภายในองค์กรของเราก็พอ

        การเปลี่ยนให้องค์กรก้าวสู่องค์กรที่มี Safety Mindset เริ่มต้นจากการสร้าง Attitude ที่ดีในด้านความปลอดภัย การชื่นชมพนักงานที่มี พฤติกรรมปลอดภัย เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเริ่มสร้าง Attitude ที่ดีในด้านความปลอดภัยได้ โดยให้มุ่งเน้นไปที่การชื่นชมในเรื่องของพฤติกรรมนั้นๆโดยตรง เช่น ชื่นชมในเรื่องคาดเข็มขัดนิรภัย ชื่นชมในเรื่องการสวมใส่ PPE เนื่องจาก การชื่นชมไปที่พฤติกรรม ผู้ถูกชมจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สามารถจับต้องได้และสามารถปฏิบัติได้ง่ายกว่าการชื่นชมแบบนามธรรม เช่น การชมว่า “ทำงานปลอดภัยดีมาก” การชื่นชมในมุมกว้างๆแบบนี้ ในบางครั้งจะทำให้พนักงานนำไปปฏิบัติยาก  หรือไม่รู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรนั่นเอง

 

บทความโดย

• เบญจกัลยาณี หมื่นแสน  Safety Deputy department Manager  บริษัท ทีดี ตะวันแดงจำกัด

• e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

เข้าชม 2182 ครั้ง แก้ไขล่าสุด วันพฤหัสบดี, 23 พฤศจิกายน 2566 11:18